หลังทำแท้ง

หลังจากมีการแท้งบุตรแล้ว จำเป็นต้องมีการดูแลตัวเองหลังแท้ง เพราะถือว่าเป็นสิ่งที่สำคัญเป็นอย่างมาก ขั้นตอนการดูแลตัวเองมีดังนี้

  1. หลังทำแท้งแล้ว รอบเดือนอาจมาไม่แน่นอน บางรายอาจมาหลังจากนั้น 2-3-4 สัปดาห์ หรือบางรายอาจนานหลายเดือนกว่าจะมา

  2. หลังแท้ง ไข่จะตกเร็ว  บางคน 2-3 สัปดาห์ไข่ก็ตกแล้ว ถ้ามีเพศสัมพันธ์โดยไม่ได้ป้องกัน อาจตั้งครรภ์ได้

  3.หลังทำแท้งไปแล้ว ควรคุมกำเนิดทันที ถ้าแน่ใจว่าจะไม่มีเพศสัมพันธ์อีกจึงค่อยหยุดคุม

  4.อาการที่แสดงว่า น่าจะออกแล้วคือ อาการที่แสดงว่าตั้งครรภ์ได้หายไป เช่น อาการเวียนหน้า คลื่นไส้ อาเจียน(ถ้ามี) เต้านมที่เคยเต่ง คัดตึงยามตั้งครรภ์ก็ต้องหายไป

  5. หลังทำแท้ง อาจมีเลือดออกกระปริบกระปรอยอยู่หลายวัน(ไม่เกิน 3 สัปดาห์)

  6. อาการที่ถือว่าวิฤตและต้องไปหาหมอคือ

      –  ปวดท้องมากร่วมกับเลือดออกมาก

      –  มีอาการท้องอืดหลังทำไป 1-2 สัปดาห์

      –  ปวดท้องมาก หรือหน้ามืดเป็นลม

  7. หลังทำแท้งไปแล้ว ยังอาจตรวจปัสสาวะให้ผลเป็นบวกได้เป็นสัปดาห์ บางรายอาจนานถึง 3-4 สัปดาห์ก็เคยมีให้เห็น ดังนั้นถ้าจะตรวจปัสสาวะด้วยตนเองควรรอ 2-3 สัปดาห์ไปแล้ว (แต่ถ้าตรวจก่อนหน้านั้นให้ผลเป็นลบก็เชื่อถือได้) แต่ดีที่สุดคือตรวจด้วยอัลตร้าซาวด์ร่วมกับอาการที่แสดงว่าตั้งครรภ์หายไป

Please follow and like us:

คำถามยอดฮิต

– ยาสตรีเบนโล ยาสตรีเพ็ญภาค ใช้เป็ยาทำแท้งได้หรือไม่ ?

   ยาสตรีเป็นยาที่ขายดียาหนึ่ง เป็นที่นิยมในหญิงที่รอบเดือนไม่มา ส่วนประกอบหลักของยาสตรีมี 2 ส่วนคือ สมุนไพร กับ แอลกอฮอร์ สมุนไพรในยาสตรีมีหลายชนิดตามสูตรแต่โบราณดั้งเดิมมา เช่น โกฏเชียง(ตังกุย), โกฏหัวบัว, ตานเซียม ฯลฯ แอลกอฮอร์เป็นตัวทำละลายสกัดตัวยาออกมา ตัวยาสำคัญคือ phytoestrogen มีคุณสมบัติเช่นเดียวกับ estrogen ที่ผลิตจากรังไข่ของสตรี จึงทำให้รอบเดือนมาได้

    ยาสตรีไม่ใช่ยาทำแท้ง หลายคนเข้าใจผิดว่ายาสตรีใช้เป็นยาขับเลือดได้ ถ้าท้องแล้ว กินจนเมาก็ไม่แท้ง

– รอบเดือนไม่มาจะทำอย่างไร ?

   ต้องหาสาเหตุ ถ้าไม่ท้องอาจเกิดจากความเครียด วิตกกังวล ไม่ต้องทำอะไรค่ะ แต่ถ้าท้อง อย่าไปกินยาสตรีหรือยาขับประจำเดือนเพราะไม่มีทางแท้ง

– ยาขับประจำเดือนใช้ทำแท้งได้หรือไม่ ?

   การนำยาขับประจำเดือนมาใช้ทำแท้ง มีมานานแล้วในกลุ่มวัยรุ่น ซึ่งเป็นความเชื่อที่ผิดเพราะไม่ได้ผล

– ท้อง 7 เดือนถูกข่มขืนมีวิธีทำแท้งอย่างไร ใช้ยาสอดทำแท้งได้หรือไม่ ?

   ไม่แนะนำให้เอาเด็กออก อยากให้ไตร่ตรองให้รอบคอบจริงๆ ยาสอดไซโตเทคใช้ทำแท้งได้ผลก็จริง แต่ควรระมัดระวังเนื่องจากจะเป็นการคลอดก่อนกำหนด

– ท้องได้ 5 เดือนจึงเป็นต้องเอาเด็กออก มีผู้แนะนำไป โรงพยาบาลคลองตัน จะแพงมากไม๊ ?

   ค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูงค่ะ

– คลินิกมีชัย อยู่ที่ไหนค่ะ ?

    อยู่สุขุมวิท12 เป็นคลินิกวางแผนครอบครัว 

– หนูท้องได้ประมาณ 2 เดือน สอดยาไซโตเทคครั้งแรกมีเลือดสีเข้มออกมาไม่มากนัก สอดครั้งที่สองก็เหมือนเดิม อยากทราบว่าหนูแท้งลูกหรือยัง ?

   ถ้าแท้งควรเห็นถุงน้ำลักษณะเหมือนพุงปลา หรือเห็นชิ้นรกสีขาวๆ ถ้าจะให้มั่นใจแนะนำให้ตรวจอุลตราวซาวด์ค่ะ

– ยาขับเลือดตรางูผสมเหล้าขาว ใช้กินทำแท้งได้เปล่าคะ ?

   ยาขับเลือดตรางูเป็นยาสมุนไพรผสมเหล้าขาวไม่มีฤทธิ์ทำให้แท้งได้ แต่เหล้าอาจทำให้ทารกในครรภ์มีความผิดปกติได้ค่ะ

– กลุ้มใจมาก เลิกกับแฟน ท้อง 4-5 เดือน อยากได้ยาขับลูก ซื้อได้ที่ไหนคะ ?

   ท้องโตแล้วนะคะ ถ้าหากจำเป็น ไม่มีทางออก ก็ต้องยาสอดทำแท้งไซโตเทคใช้ยาสอดเพื่อขับลูก ขับทารกในครรภ์ ไม่มีจำหน่ายแบบทั่วไป จัดเป็นยาควบคุมพิเศษมีใช้เฉพาะใน ร.พ.เท่านั้นคะ

– ท้อง 12 สัปดาห์ใช้ยากินทำแท้ง Ru486 ได้ไหมคะ ?

   Ru486 ใช้กินทำแท้งได้ผลดีในอายุครรภ์ไม่เกิน 7 สัปดาห์ (FDA ของสหรัฐอเมริกาแนะนำกิน 600mg ) แต่ถ้า 7-9 สัปดาห์ แนะนำใช้ Ru กิน+สอดไซโตเทค เกิน 9 สัปดาห์ใช้ยาสอดไซโตเทคอย่างเดียวค่ะ

– ยากินทำแท้ง Ru-486 มีกี่ขนาดครับ ?

   ที่มีขายในเมืองไทยมีชนิด 200mg กับ 25mg (ชนิด25mg ใช้กินเป็นยาคุมกำเนิดหลังร่วมเพศ)

– ยาเม็ดหกเหลี่ยมคือ ยาทำแท้งแท้งใช่หรือไม่ ?

   ก็ไซโตเทค cytotec ไงคะ

Please follow and like us:

รวมถามตอบเรื่องทำแท้ง

A : ไปอัลตราซาวด์แล้วผลปรากฎว่าไม่ท้อง จะแน่ใจได้อย่างไรคะว่าไม่ท้องจริงๆ เชื่อถือได้แค่ไหน

B : การตรวจ ultrasound ทางหน้าท้อง ในกรณีที่ท้องอ่อนๆอาจมองไม่เห็นการตั้งครรภ์ได้  หรือถ้าไม่ได้กลั้นปัสสาวะมาก่อน ภาพก็อาจไม่ชัด หรือบางคนกินยาขับ ยาสตรีมา อาจมีเลือดออกอยู่ในโพรงมดลูกบ้าง ทำให้ไปบังมองไม่เห็นถุงของการตั้งครรภ์  หรือถ้าผู้ตรวจรีบไม่ได้ใช้เวลาดูให้ดีพอ ก็อาจยังตรวจไม่พบ
ซึ่งจริงๆแล้ว อาจตรวจปัสสาวะช่วยยืนยันการตั้งครรภ์ได้อีกวิธี เพราะชุดตรวจสอบปัสสาวะปัจจุบันมีความไวสูง อาจบอกได้ดีกว่า ultrasoundว่าตั้งครรภ์หรือไม่  กรณีของคุณ  ถ้ากังวลมากอาจไปตรวจที่โรงพยาบาลโดยขอให้หมอตรวจ ultrasoundโดยใช้หัวตรวจชนิดสอดเข้าทางช่องคลอดอาจทำให้เห็นชัดกว่า  ตรวจพบได้เร็วขึ้น

A : จำเป็นต้องตรวจอุลตร้าซาวด์หลังใช้ยาทำแท้งหรือไม่ ?

B : ไม่จำเป็น แนะนำให้ตรวจในรายที่มีเลือดออกนานเกิน 3 สัปดาห์หรือมีอาการปวดท้องน้อยร่วมกับมีไข้ การตรวจอุลตร้าซาวด์ช่วยวินิจฉัยว่าแท้งครบหรือไม่

A: หนูใช้ยาสอดทำแท้ง เด็กคลอดแล้ว(ท้อง 5 เดือน) แต่ทำไมตรวจปัสสาวะยังขึ้น 2 ขีด ?

B : การตรวจปัสสาวะทดสอบการตั้งครรภ์ ต้องทำในช่วงหลังแท้ง 3 สัปดาห์ เพราะถ้าทดสอบก่อน 3 สัปดาห์อาจให้ผลที่ผิดพลาดได้(คือแสดงผลว่าคุณยังท้องอยู่)เพราะร่างกาย
ยังคงมีฮอร์โมนการตั้งครรภ์(BHCG)อยู่

A :  ท้อง…แต่ยังไม่พร้อม มีวิธีทำแท้งแบบไหนบ้างคะ

B : ในการทำแท้งในอายุครรภ์น้อย มีวิธีใช้ยา และใช้เครื่องมือดูดออก ซึ่งแต่ละวิธีจะมีข้อดีข้อเสียต่างกัน ในการใช้ยา ที่ได้ผลและยอมรับทั่วไป ก็จะมี ยากินทำแท้ง ยาฉีด และยาสอดทำแท้งcytotec ส่วนใหญ่จะใช้ร่วมกันเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและลดอาการข้างเคียง

A : Ru486 และ Cytotec คืออะไร ซื้อได้ที่ไหนค่ะ ?

B : Ru-486 เป็นสาร antiprogesterone (progesterone เป็น hormone ที่จำเป็นต่อการดำรงอยู่และการเติบโตของทารกในครรภ์) ทำให้ progesterone ในร่างกายของหญิงตั้งครรภ์ทำงานไม่ได้และเกิดการทำแท้งในที่สุด RU 486 ยังไม่อนุญาตให้ขายในเมืองไทย จึงไม่สามารถหาซื้อได้แบบทั่วไป ส่วน Misoprostol หรือ cytotec ไม่อนุญาตให้มีขายตามร้านขายยาทั่วไปแล้ว มีใช้แต่เฉพาะในโรงพยาบาลและต้องมีเหตุผลในการใช้เท่านั้น

A : หลังใช้ยาทำแท้ง จะสามารถตั้งครรภ์และมีบุตรได้อีกหรือไม่ ?

B : การทำแท้งด้วยยาไม่มีผลต่อความสามารถในการมีบุตรในอนาคต ควรเริ่มคุมกำเนิดทันทีหลังการแท้ง

A : จะแน่ใจได้อย่างไรว่าทำแท้งแล้วออกหมดแน่นอน 

B : การที่มีเลือดออกมาก ไม่ได้แปลว่าเรียบร้อยแล้ว ต้องเห็นเนื้อเยื่อสีขาวๆลักษณะเป็นถุง คล้ายๆ กระเพาะปลา เป็นขุยๆรอบๆ หรืออาจเห็นตัวอ่อน (เกิน 9 wks) ถ้าไม่เห็น หรือไม่แน่ใจ หรือหล่นลงในโถ ขณะไปเข้าห้องน้ำ ก็ต้องตรวจ ultrasound ใน 2 อาทิตย์ต่อมา เพื่อดูว่า ถุงของการตั้งครรภ์ ยังอยู่หรือไม่ หรือเห็นหัวใจเด็ก ยังเต้นอยู่หรือเปล่า ถ้ายังมี การตั้งครรภ์นั้นอาจดำเนินต่อไปได้ ทั้งๆที่มีเลือดออก ถ้าไม่มี แต่ยังมีเลือดออกมาก ก็อาจเป็นการแท้งค้างหรือไม่ครบ ซึ่งการรักษา อาจใช้ยาcytotec ซ้ำ หรืออาจต้องขูดมดลูก อาการแพ้ท้อง ขึ้นอยู่กับว่า ยังท้องอยู่หรือไม่ หรือในบางกรณี ถ้ายังมีเนื้อเยื่อบางส่วน(chorionic villi)ที่ยังสร้าง ฮอร์โมน hcg ยังออกไม่หมด ก็จะยังแพ้ท้องอยู่และถ้า ตรวจปัสสาวะพบว่ายังตั้งครรภ์ ทั้งๆที่จริงออกไปแล้ว ประจำเดือน เดือนหน้าก็อาจไม่มา หรือ มาช้า 

       แนะนำให้คุณไปตรวจ ultrasound ดูก่อน ถ้ายังตั้งครรภ์อยู่ หรือออกไม่หมด อาจต้องขูดมดลูก หรือใช้ยาซ้ำ(อาจต้องให้ยาอื่นร่วมด้วย เช่น RU486) มีการศึกษาว่าในท้อง 3 เดือนแรก ถ้าให้ Ru486 ไป sensitized มดลูกก่อนแล้วจึงให้ prostaglandin จะได้ผลดีกว่ามาก ผลข้างเคียงน้อยกว่า

A : การทำแท้งด้วยยาอันตรายมากไหม ?

B : ถ้าทำใน 9 สัปดาห์แรกพบภาวะแทรกซ้อนร้อยละ 2 ซึ่งเทียบเท่ากับผู้หญิงที่แท้งเองตามธรรมชาติ ภาวะแทรกซ้อนจะเพิ่มขึ้นถ้าอายุครรภ์มากขึ้น ดังนั้นการใช้ยาทำแท้ง
ในอายุครรภ์มากๆควรมีผู้ดูแลใกล้ชิด

A : ยาเหน็บทำแท้งมีกี่ ชนิดค่ะ แต่ละชนิดต่างกันไหมค่ะ

B : ก็ตัวนี้แหละ misoprostol หรือชื่อทางการค้าว่า cytotecเคยมีรายงานเปรียบเทียบประสิทธิภาพ ของ cytotec กับ gemepost ตามหลังการใช้ยา RU486 เพื่อยุติการตั้งครรภ์ ปรากฏว่าได้ผลไม่แตกต่างกัน เพราะฉะนั้นถ้าจำเป็นต้องใช้ยาเหน็บ คิดว่าไม่มีความจำเป็นต้องไปหายาเหน็บตัวอื่นมาใช้อีก นอกจากเขาล่ะ cytotec  เนื่องจากยาตัวนี้ ตอนขออนุญาตขึ้นทะเบียน ได้ขอเป็นยารักษาโรค กระเพาะ มีกรรมการท่านนึงได้ให้ข้อสังเกตุว่า ฤทธิ์ของยาต่อมดลูก  อาจทำให้มีการนำยามาใช้ในแง่ของสูติ มากกว่าข้อบ่งชี้ที่ บริษัทยาขึ้นทะเบียน ซึ่งก็เป็นจริง

A : การใช้ยาเหน็บตัวเดียวสามารถแท้งได้หรือไม่ และมีอาการอย่างไรเมื่อใช้  หากใช้ร่วมกับยากินควรกินกับยาอะไร ?

B : ใช้เป็นยาเดี่ยวๆ ก็ได้ผล แต่ประสิทธิภาพ ขึ้นกับหลายอย่าง เช่น อายุครรภ์ที่ถูกต้อง, เคยมีประวัติการคลอดบุตรมาก่อนหรือไม่, ยาใช้กินหรือใช้สอดช่องคลอด, เม็ดยาแห้ง หรือถูกทำให้เปียกน้ำก่อน ,จำนวนเม็ดที่ใช้ ความถี่ของการใช้ , สภาวะของมูกในช่องคลอด และปากมดลูกแข็งมากหรือไม่ มีรายงานว่าได้ผลถึง 92% อาการข้างเคียงพบค่อนข้างบ่อย ปวดเกร็งท้องน้อย มีไข้+/-หนาวสั่น คลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสีย  ยาที่มีรายงานว่าสามารถใช้กินร่วม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ และลดอาการข้างเคียง ได้แก่ mifepristone(Ru486) ซึ่งเป็น antiprogesterone

A : หนูท้อง 2 เดือน ทำไมต้องใช้ยา 2 ชนิด ใช้เฉพาะยาสอดไซโตเทคไม่ได้หรือ ?

B : ถ้าใช้ยากิน RU-486 ร่วมกับยาสอด cytotec จะมีโอกาสแท้งสำเร็จ 98% เทียบกับใช้ยาสอดไซโตเทคอย่างเดียวมีโอกาสแท้ง 80-85%

A : อยากทราบว่า Cytotec คืออะไรเหรอคะ

B: cytotec คือยา misoprostol เป็นยา prostaglandin E 1ในเมืองไทยมีขนาดเดียว คือ 200 mcg มี 2 บริษัทคือ Pfizer กับ Pharmacia ขึ้นทะเบียนเป็นยารักษาโรคกระเพาะ  มีคุณสมบัติที่ดีหลายๆอย่างในทางสูติ เป็นยาหนึ่งในไม่กี่ตัวที่ทำให้เกิดมิติใหม่ในการรักษาทางสูติ เช่น ใช้เตรียมปากมดลูกก่อนทำหัตถการในมดลูก ใช้ในการทำให้เกิดการแท้ง ใช้กระตุ้นให้เกิดการเจ็บครรภ์คลอด ได้ผลดีมากในการทำให้เกิดการแท้ง เมื่อใช้ร่วมกับยา mifepristone [ RU 486 ] รายงานใน JAMA ว่าได้ผลถึง 98%ในกรณีที่ท้องไม่เกิน 2 เดือน  แต่ mifepristone ยังไม่ได้รับอนุญาตให้จำหน่ายในเมืองไทย ทำให้มีผู้นำ misoprostol มาใช้เดี่ยวๆ เพื่อให้เกิดการแท้ง รายงานจากประเทศ คิวบา ว่า ถ้าทำให้ ยา misoprostol เปียกด้วย น้ำเปล่า หรือน้ำเกลือ จะทำให้ประสิทธิภาพ เพิ่มขึ้นไปถึง 92-96%

A : คือหนูท้อง3เดือนแล้วคะ ต้องทำแท้งยังงัยคะ

B : มีรายงานจากภาควิชาสูตินารีเวช โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่(สวนดอก) ทำการศึกษาในคนไข้ 20 คน ที่ต้องยุติตั้งครรภ์ ในอายุครรภ์14-28 สัปดาห์ โดยใช้ยา cytotec สอดเข้าช่องคลอด ครั้งละ 4 เม็ด ทุก 12 ชม
พบว่าสามารถยุติการตั้งครรภ์ได้ทั้งหมด โดยมีอัตรา complete abortion rate 90% ใช้เวลาเฉลี่ย 21.56+/-13.68 ชม

       อีกรายงานนึงเป็นของภาควิชาสูตินารีเวช โรงพยาบาลรามาธิบดี  ศึกษาคนไข้ 172 คนที่ตั้งครรภ์ในไตรมาสที่ 2 โดยใช้ยา cytotec ครั้งละ 3 เม็ด สอดช่องคลอด ทุก 12 ชม คนไข้แท้งได้ทั้งหมด โดยใช้เวลาเฉลี่ย 24.1+/-21.6 ใช้ยา cytotec 7เม็ดกว่า+/- 5เม็ดกว่า 

       cytotec ปัจจุบันหาซื้อได้แต่ในโรงพยาบาลเท่านั้น เนื่องจากถูกจัดเป็นยาควบคุมพิเศษ

A : จะซื้อยา cytotec ได้ยังงัย ต้องบอกคนขายว่าอะไรค่ะ

B : cytotec ปัจจุบันหาซื้อได้แต่ในโรงพยาบาลเท่านั้น เนื่องจากถูกจัดเป็นยาควบคุมพิเศษ  เป็นยาที่ใช้กินก็ได้ เหน็บช่องคลอดก็ได้ เหน็บก้นก็ได้ ใช้อมระหว่างเหงือกกับกระพุ้งแก้มล่างก็ได้ ใช้กินจะออกฤทธิ์เร็ว แต่ระดับยาจะขึ้นสูงระดับนึงแล้วหยุด หมดฤทธิ์เร็ว ถ้าใช้สอดช่องคลอด จะออกฤทธิ์ช้ากว่า แต่อยู่นานกว่า และระดับยาจะขึ้นไปเรื่อยๆ สรุปว่าสอดดีกว่า และถ้าทำให้เม็ดยาเปียกด้วยน้ำจะให้ผลดีกว่า เม็ดยาแห้ง

A : ตั้งครรภ์อ่อนๆ แต่อยากกินยาทำแท้ง เพราะสอดยาไม่เป็น

B : แนะนำซื้อยา RU-486 (200mg) 1 เม็ดและไซโตเทค (200mcg) 6 เม็ด เริ่มด้วยกิน RU 1 เม็ด ครบ36ชั่วโมง อมไซโตเทค 4 เม็ดใต้ลิ้น ทิ้งไว้ 30 นาทีจนกว่ายาจะละลายหมด
ระหว่างนี้ให้กลืนน้ำลายได้ หลัง 30 นาทีแล้ว ให้กลืนยาส่วนที่เหลือลงไป อีก 4 ชั่วโมงอมไซโตเทคอีก 2 เม็ดใต้ลิ้น

A : Cytotec + Mifepristone ใช้ร่วมกันอย่างไร ?

B : ถ้าใช้ cytotec อย่างเดียว main dose =12 เม็ด คือ4-4-4 ถ้าไม่ได้ผลก็ว่ากันใหม่ ว่าจะตื้อใช้ยาต่ออีกนานแค่ไหน ถ้าใช้ ru486 ก็ 200mg (มีเม็ดละ 25,50,200 mgแล้วแต่ที่มา) cytotec ที่ใช้ตามก็ 4 (-2)(-2) เม็ด ถ้าเป็น การใช้ยา ru 486 หรือ mifepristone ร่วมกับmisoprostolหรือ cytotec  ผลที่ได้จะดีกว่ามาก

A : อยากทราบว่าปกติหลังทำแท้งจะต้องใช้เวลาพักฟื้นนานแค่ไหนคะและผลข้างเคียงจะมีอะไรบ้างคะ?

B : ถ้าทำแบบถูกต้องตามหลักวิชาการ   ก็ไม่น่าจะมีผลข้างเคียงอะไร การพักพื้นโดยปกติหนึ่งสัปดาห์ก็พอ แต่การมีเพศสัมพันธ์ควรเป็น  10 -14 วัน  หลังทำแล้ว ควรได้คุมกำเนิดทันทีภายในวันสองวัน เพราะหลังจากนี้ 3 – 4 สัปดาห์ ไข่ก็จะตก และพร้อมจะตั้งครรภ์ได้อีก ถ้ามัวแต่รอรอบเดือนมาแล้วค่อยคุม มักจะไม่ทันการณ์

A : ดูด ออกต่างจากทำแท้ง ยังไงคับ รบกวนด่วน ?

B : สมัยก่อนเวลาขูดมดลูก จะใช้เครื่องมือเป็นแท่งเหล็ก ส่วนปลายจะเป็นรูปวงรี สอดเข้าไปในโพรงมดลูกแล้วขูดเอาสิ่งต่างๆของการตั้งครรภ์ ทั้งเด็ก ทั้งรก และเยื่อบุมดลูกที่หนาตัวขึ้นมา ออกมาเป็นชิ้นๆ เป็นส่วนๆ  การทำนั้นมองไม่เห็นข้างใน อาศัยความรู้สึกของผู้ทำ ทำให้มีผลแทรกซ้อน เช่น
มดลูกทะลุ ขูดออกไม่หมด หรือขูดมากไปจนถึงชั้นกล้ามเนื้อมดลูก ทำให้ไม่มีประจำเดือนอีก หรือแท้งง่าย ต่อมามีการพัฒนาเปลี่ยนเป็นหลอดพลาสติกคล้ายหลอดกาแฟ ปลายตัน แต่ใกล้ๆส่วนปลายจะบากเป็นลิ่ม โดยลิ่มข้างนึงลาด อีกข้างตั้งตรงเพื่อใช้ขูดเยื่อบุมดลูกได้ อีกปลายนึงจะสวมกับกระบอก syring 50cc พอดึงก็จะได้สูญญากาศ ดูดเอาเนื้อเยื่อที่ขูดแล้วออกมา จึงเป็น 2แรงแข็งขัน ทำให้การทำง่ายขึ้น  ผลแทรกซ้อนน้อยลงกว่าการใช้เครื่องมือแบบเดิม

A : คลินิกทำแท้งถูกกฎหมายมีไหมค่ะ

B : ไม่มี ยังไม่มีกฎหมายทำแท้งอย่างเสรีในประเทศไทย

A : อยากทราบสถานที่ทำแท้งอย่างปลอดภัย ?

B : ถ้าเป็นของ NGO และให้บริการเรื่องนี้ มีอยู่ 2 แห่ง 
            1)สมาคมพัฒนาประชากรและชุมชน(คลีนิคสุขุมวิท12) เป็นของคุณมีชัย วีระไวทยะ อยู่ที่สุขุมวิท ซอย 12 เข้าซอยประมาณ 200เมตรอยู่ขวามือ เปิดให้บริการทุกวัน เวลาราชการโดยประมาณ รับทำ 1-3 เดือน 

             2)สมาคมวางแผนครอบครัวแห่งประเทศไทย(คลีนิคสวท) มีหลายสาขา ในกรุงเทพ สำนักงานใหญ่อยู่ที่ ถนนวิภาวดี ซอย 44 ที่สาขาสามเหลี่ยมดินแดง   ที่สาขาปิ่นเกล้าอยู่ใกล้สพานที่จะข้ามไปศิริราช ปกติจะทำในท้องที่โตไม่เกิน 9 อาทิตย์

ของเอกชนก็ที่โรงพยาบาลคลองตัน

Please follow and like us:

ยาทำแท้ง ใกล้แจ้งเกิดแล้ว

           

          ผู้อำนวยการสำนักอนามัยการเจริญพันธุ์ กรมอนามัย สธ. กล่าถึง ยุทธศาสตร์การพัฒนาอนามัยการเจริญพันธุ์แห่งชาติ ฉบับที่ 1 พ.ศ.2553-2557 ในหัวข้อที่ 3 ว่า ได้ให้ความสำคัญกับวัยรุ่น โดยโรงพยาบาลทุกระดับจัดบริการด้านอนามัยการเจริญพันธุ์สำหรับวัยรุ่นอย่างมีคุณภาพ ผ่านคลินิกที่เป็นมิตรที่จะเปิดเร็วๆ นี้ เพื่อให้บริการคำแนะนำ ปรึกษา พร้อมวิธีการแก้ไขปัญหาอนามัยการเจริญพันธุ์ อาทิ

          การทำแท้งอย่างถูกกฎหมายในประเทศที่พัฒนาแล้วเป็นหัตถการหนึ่งในทางการแพทย์ที่ปลอดภัยมาก อาทิในสหรัฐอเมริกา ความเสี่ยงของการเสียชีวิตของมารดาจากการทำแท้งระหว่างปี พ.ศ. 2541 ถึง พ.ศ. 2548 เท่ากับ 0.6 ครั้งในการทำแท้ง 100,000 ครั้ง ซึ่งปลอดภัยกว่าการคลอดบุตรถึง 14 เท่า เพราะการคลอดบุตรทำให้มารดาเสียชีวิต 8.8 ครั้งต่อการคลอดบุตรมีชีวิต 100,000 ครั้ง

          การทำแท้งที่ไม่ปลอดภัยเป็นสาเหตุการตายของมารดา 68,000 คน และการบาดเจ็บของสตรี 5 ล้านคนจากทั่วโลกทุกๆ ปี ในแต่ละปีมีการทำแท้งเกิดขึ้น 42 ล้านครั้งทั่วโลก โดยในจำนวนนี้มีถึง 20 ล้านครั้งที่ทำโดยไม่ปลอดภัย และ 97% นั้นเกิดขึ้นในประเทศกำลังพัฒนา นอกจากนี้ มีเพียงร้อยละ 49 ของประชากรหญิงทั่วโลกที่เข้าถึงการทำแท้งเพื่อการรักษาและการทำแท้งโดยสมัครใจในอายุครรภ์ที่เหมาะสม

          องค์การอนามัยโลก (World Health Organization: WHO) จึงกระตุ้นให้สาธารณชนตระหนักถึงการทำแท้งที่ไม่ปลอดภัย การฝึกการทำแท้งที่ถูกกฏหมายแก่บุคลากรทางการแพทย์ และการเพิ่มการเข้าถึงของบริการทางอนามัยเจริญพันธุ์ อุบัติการณ์ของการทำแท้งทั่วโลกลดลงจาก 45.6 ล้านรายในปี พ.ศ. 2538 เป็น 41.6 ล้านรายในปี พ.ศ. 2546 อันเป็นผลจากการเข้าถึงสุขศึกษาการวางแผนครอบครัวและการคุมกำเนิดที่มีมากขึ้น

          อย่างไรก็ตาม แต่ละประเทศทั่วโลกมีมิติทางกฎหมาย ศาสนา วัฒนธรรม และค่านิยมต่อการทำแท้งแตกต่างกันไป การทำแท้งเป็นประเด็นทางการเมืองในหลายประเทศ ทั้งในสายสนับสนุนที่เห็นว่าการทำแท้งเป็นสิทธิของสตรีที่ตั้งครรภ์ และสายต่อต้านที่เห็นว่าทารกที่กำเนิดขึ้นมาในครรภ์มีสิทธิที่จะมีชีวิตอยู่ด้วยเช่นกัน

          บางครั้ง สตรีที่หาหนทางยุติการตั้งครรภ์ของตนก็หันมาใช้วิธีการทำแท้งที่ไม่ปลอดภัย ในกรณีที่ไม่สามารถทำแท้งได้อย่างถูกกฎหมาย บางรายก็พยายามทำแท้งด้วยตนเอง บางรายกก็ให้ผู้อื่นที่ไม่มีทักษะ หรือไม่ผ่านการฝึกฝนอย่างถูกต้องหรือไม่ถูกสุขอนามัยเป็นผู้กระทำให้ ปัจจัยต่างๆ นี้มีแนวโน้มที่จะเกิดภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรง อาทิ การแท้งไม่ครบ ภาวะพิษเหตุติดเชื้อ การตกเลือด และการบาดเจ็บต่ออวัยวะภายใน

          การขึ้นทะเบียนยายุติการตั้งครรภ์โดยไม่พร้อมกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ขณะนี้มีความคืบหน้าไปมาก และมีความเป็นไปได้ว่าจะมีการขึ้นทะเบียนในเร็วๆ นี้ เนื่องจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องเห็นตรงกันว่ามีความจำเป็น โดยขณะนี้อยู่ในช่วงของการศึกษาวิจัยระบบการให้ประชาชนเข้าถึงยาตัวดังกล่าว ซึ่งมี รพ.เข้าร่วมโครงการนำร่องใช้ยาไมโซพรอสตอล(cytotec)และมิฟิพลิสโตน(Ru-486) ซึ่งเป็นยายุติการตั้งครรภ์ภายในปีนี้ จำนวน 4 แห่ง ได้แก่ รพ.จุฬาลงกรณ์ รพ.รามาธิบดี ศิริราชพยาบาล และ รพ.ส่งเสริมสุขภาพ ศูนย์อนามัยที่ 6 จ.ขอนแก่น (รพ.แม่และเด็ก)

“อยากให้มองว่าการใช้ยายุติการตั้งครรภ์ไม่พร้อม ไม่ใช่วิธีการเปิดให้มีการทำแท้งเสรี แต่หากเป็นข้อเสนอทางเลือกขององค์การอนามัยโลกที่แนะนำวิธีการที่ปลอดภัยมากยิ่งขึ้น โดยข้อกำหนดการใช้ต้องเป็นไปตามกฎหมายยุติการตั้งครรภ์โดยไม่พร้อมในแบบหัตถการ หรือการขูดและดูดมดลูกเหมือนเดิม เพียงแต่การใช้ยาจะทำให้ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพสูงกว่า” ผอ.สำนักอนามัยการเจริญพันธุ์กล่าว

          จากการศึกษาวิจัยถึงประสิทธิภาพของตัวยาพบว่า หากตั้งครรภ์ในระยะไม่เกิน 9 สัปดาห์ การใช้ยายุติการตั้งครรภ์ที่ยังไม่มีความพร้อมจะได้ผลสูงสุดคือ 95-97% หากเปรียบเทียบกับการกินยาคุมฉุกเฉินแล้วจะให้ผลที่ดีกว่าในแง่เวลาและประสิทธิภาพ เพราะยาคุมฉุกเฉินจะใช้ได้แค่ใน 3-5 วัน หลังจากมีเพศสัมพันธ์ และมีประสิทธิภาพเพียง 60-75% ตามระยะเวลาที่กินว่าเร็วหรือช้า ขณะที่การยุติการตั้งครรภ์โดยไม่พร้อมในลักษณะหัตถการจะทำให้ผู้หญิงตกเลือด เสี่ยงมดลูกทะลุ ซึ่งมีสถิติพบว่ากลุ่มผู้หญิงเสียชีวิตเพราะทำแท้งเนื่องจากท้องไม่พร้อมกว่า 300 รายต่อประชากร 1 แสนคน ขณะที่มีผู้หญิงที่เสียชีวิตเพราะการคลอดปกติมีเพียง 20 รายต่อประชากร 1 แสนคน อย่างไรก็ตาม หากการนำร่องใช้ยายุติการตั้งครรภ์ไม่พร้อมใน 4 รพ.ประสบผลสำเร็จ พร้อมๆ กับการศึกษาวิจัยในการใช้ยาดังกล่าวอย่างเหมาะสม ก็จะกระจายยาสู่สถานพยาบาลทั่วประเทศในปี 2556

          ปัจจุบันยังไม่มีหลักฐานที่บ่งถึงการเชื่อมโยงระหว่างการทำแท้งกับปัญหาสุขภาพจิต แม้สตรีมักจะรู้สึกโล่งใจหลังการทำแท้ง แต่ก็มีหลายปัจจัยที่น่าจะเพิ่มขึ้นที่เกิดความรู้สึกเชิงลบหลังการแท้ง อาทิ ความผูกพันทางอารมณ์กับการตั้งครรภ์ การขาดแรงสนับสนุนจากสังคม หรือผลกระทบจากปัญหาทางจิตเวชที่มีอยู่เดิม

          อย่างไรก็ตาม สมาคมจิตวิทยาอเมริกัน (American Psychology Association: APA) ได้สรุปว่าการแท้งครั้งเดียวไม่มีผลต่อสุขภาพจิตของสตรี และการแท้งใน 3 เดือนแรกก็ไม่ได้มีความน่าจะเป็นที่จะทำให้สตรีมีปัญหาสุขภาพจิตมากกว่าการตั้งครรภ์ต่อไปจนครบกำหนดคลอด และ การทำแท้งจากหลัง 3 เดือนแรกจากความผิดปกติของทารกในครรภ์ก็ไม่ทำให้เกิดปัญหาสุขภาพจิตแต่อย่างใด

Please follow and like us:

สุขภาพสตรีและการทำแท้งไม่ปลอดภัย

         

เมื่อเร็ว ๆ นี้มีการประชุมนานาชาติ หัวข้อ “สุขภาพสตรีและการทำแท้งไม่ปลอดภัย” จัดโดยมูลนิธิเพื่อสุขภาพและสิทธิอนามัยการเจริญพันธุ์ของสตรี (แห่งประเทศไทย) ราชวิทยาลัยสูตินรีแพทย์แห่งประเทศไทย กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข สมาคมพัฒนาประชากรและชุมชน และวิทยาลัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ประจวบเหมาะกับมีการทลายคลินิกทำแท้งเถื่อนย่านพหลโยธิน จึงขอนำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับปัญหาการทำแท้ง ให้ท่านผู้อ่านได้รับทราบกัน

ผอ.สำนักอนามัยการเจริญพันธุ์ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า จากข้อมูลของ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เก็บข้อมูลตั้งแต่ปี 2548-2554 พบว่า ผู้เสียชีวิตจากการทำแท้งเฉลี่ยปีละ 20 ราย คาดว่ายังมีตัวเลขที่ตกสำรวจอีกมาก อย่างไรก็ตามจากรายงานการเฝ้าระวังของสำนักอนามัยการเจริญพันธุ์ ปี 2554 พบภาวะแทรกซ้อนจากการทำแท้งน้อยลงเรื่อย ๆ ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะว่าการเข้าถึงยาทำแท้งมากขึ้น แม้ว่ายาดังกล่าวยังไม่ได้รับอนุญาต แต่อาจมีการซื้อผ่านอินเทอร์เน็ต

วิธียุติการตั้งครรภ์อย่างปลอดภัยที่องค์การอนามัยโลกแนะนำ คือ

1. รณรงค์ให้ยกเลิกการขูดมดลูกด้วยเหล็กขูด เพราะอาจเสี่ยงต่อการตกเลือด มดลูกทะลุ ติดเชื้อ เสียชีวิตแล้วให้หันมาใช้กระบอกดูดสุญญากาศแทน ความจริงกระบอกดูดสุญญากาศไม่ใช่ของใหม่ เป็นของเก่า เพียงแต่บ้านเราถูกผูกติดกับการทำแท้ง แค่จับก็รู้สึกไม่สะดวกใจที่จะใช้ อีกทั้งหมอที่จบมาแล้วบางคนไม่ได้รับการอบรมเพิ่มเติมก็ไม่สนใจและใช้วิธีเดิมต่อไป ดังนั้นค่อนข้างยากที่จะเปลี่ยน ประเด็นคือแทนที่จะมาตาม อบรมหมอที่จบไปแล้ว ก็บรรจุอยู่ในหลักสูตรให้นักศึกษาแพทย์รุ่นใหม่ได้รับการเรียนการสอนเรื่องกระบอกดูดสุญญากาศแทนที่จะไปใช้เหล็กขูด โดยมีการพูดเชิงเปรียบเทียบทำนองว่าในหลายประเทศ ได้นำเหล็กขูดไปขึ้นทะเบียนในพิพิธภัณฑ์แล้วเพราะเป็นของโบราณ ไม่ใช่ของที่ควรจะเอามาใช้

2.กรณีอายุครรภ์น้อยกว่า 9 สัปดาห์ แนะนำให้ใช้ยาเพื่อยุติการตั้งครรภ์ หากไม่มีปัญหาคลื่นไส้อาเจียนสามารถรับประทานได้ แต่ถ้ามีปัญหาอาจนำยาเหน็บไปเหน็บแทน

ต้องบอกว่า เราไม่ได้ส่งเสริมการทำแท้ง เพียงแต่ต้องการให้มีทางเลือกสำหรับคนที่ถูกข่มขืนแล้วท้อง หรือเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปีท้อง น่าจะได้รับยาไปกินหรือไปเหน็บ แทนการขึ้นขาหยั่ง ขูดมดลูก ซึ่งมีความเสี่ยงกว่า เป็นอีกทางเลือกในการรักษา เพราะหลายประเทศทั่วโลกมีการขึ้นทะเบียนยาไปแล้ว เช่น จีน เวียดนาม เนปาล อินเดีย ประเทศที่เจริญแล้วก็มีการขึ้นทะเบียนเพื่อลดปัญหาการติดเชื้อ ตกเลือด เสียชีวิต เพราะการทำหัตถการแม้ได้รับการอบรมแล้วก็มีโอกาสเสี่ยงได้ แต่การใช้ยามีความปลอดภัยกว่า

ประธานมูลนิธิเพื่อสุขภาพและสิทธิอนามัยการเจริญพันธุ์ของสตรี(แห่งประเทศไทย) กล่าวว่า การยุติการตั้งครรภ์ที่ไม่ปลอดภัยยังเป็นปัญหาทั่วโลกไม่เฉพาะประเทศไทย ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก สำหรับสังคมไทยยังมองว่าการทำแท้งเป็นเรื่องสกปรก ไม่อยากไปยุ่งเกี่ยว ผู้หญิงไทยจึงเสียชีวิตและบาดเจ็บจากการทำแท้งไม่ปลอดภัยทุกวัน ก่อนจะแก้ไขปัญหานี้ต้องมองเห็นปัญหาก่อนแล้วหาวิธีแก้ไข วิธีการคือ ผู้ให้บริการต้องมีความสงสารหรือมองคนไข้เป็นคนมีทุกข์ ไม่ใช่ไปปรักปรำว่าเป็นคนไม่ดี และต้องดูแลเหมือนเป็นญาติหรือคนในครอบครัว

การที่ผู้หญิงตัดสินใจไปทำแท้ง แต่ละคนมีบริบทไม่เหมือนกัน ซึ่งเป็นเรื่องส่วนตัวที่คนอื่นไม่ควรไปตัดสิน สิ่งที่ดีที่สุดคือ การป้องกันไม่ให้ท้อง แต่เมื่อท้องโดยไม่ได้ตั้งใจ เกิดอุบัติเหตุ คนที่ตัดสินใจยุติการตั้งครรภ์ควรไปหาหมอ แต่บางทีไปหาหมอแล้วหมอไม่ได้ช่วยอะไร ก็ต้องหาวิธีการยุติการตั้งครรภ์เอง ซึ่งข้อมูลในการเข้าถึงบริการมีความสำคัญ แต่หลายคนไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลเหล่านี้ ดังนั้นปัญหาการไปทำแท้งเถื่อนจึงเกิดจากการไม่มีข้อมูล ไม่มีโอกาสเข้าถึงข้อมูล หรือไม่มีโอกาสในการเข้าถึงบริการที่ปลอดภัย

ตอนนี้มีเทคโนโลยีที่ล้ำหน้าในการทำแท้ง เช่น การใช้กระบอกดูดสุญญากาศมีการใช้มานานแล้ว แต่ไม่แพร่หลายในประเทศไทย ส่วนยาคนรู้จักเยอะ คนที่ใช้อินเทอร์เน็ตจะเข้าถึงยาเหล่านี้ บางทีสั่งมาจากต่างประเทศราคาแพง ไม่รู้ว่าเป็นยาปลอมหรือไม่ แต่เขาไม่มีทางเลือก ถ้ายาทำแท้งได้รับการจดทะเบียนในประเทศไทย มีการควบคุมการให้บริการ การทำแท้งก็คงมีความปลอดภัย แทนที่จะไปหาหมอเถื่อน เอาไม้เสียบลูกชิ้น ไม้แขวนเสื้อ หญ้าคา แทงเข้าไปในโพรงมดลูก หรือเอาน้ำยาล้างห้องน้ำใส่เข้าไปในโพรงมดลูก

รองประธานมูลนิธิเพื่อสุขภาพและสิทธิอนามัยการเจริญพันธุ์ของสตรี (แห่งประเทศไทย) กล่าวว่า การยุติการตั้งครรภ์ที่ปลอดภัยมี 2 วิธี คือ การใช้ยาสอดทำแท้งไซโตเทค(cytotec) และกระบอกดูดสุญญากาศ โดยการกินยาทันทีที่ประจำเดือนขาด หรืออายุครรภ์ไม่เกิน 9 สัปดาห์ ได้ผล 95-97% แท้งครบ ไม่มีตกเลือด แต่มีปัญหาการเข้าถึงยา ถ้าสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) อนุมัติให้ขายได้ คนไข้ก็ไม่ต้องไปโรงพยาบาล ทั้งนี้ไม่แนะนำให้ใช้ยาในอายุครรภ์มากกว่า 9 สัปดาห์ เพราะโอกาสแท้งจะลดลง

ส่วนกระบอกดูดสุญญากาศมือถือต้องทำโดยแพทย์ และทำในโรงพยาบาล เหมาะกับอายุครรภ์ไม่เกิน 12 สัปดาห์ ต้องอาศัยการฝึก 2-3 ครั้งก็สามารถทำได้แล้ว ดีกว่าเหล็กขูดแบบเดิม บางคนฝึกเป็น 10 ครั้งก็ทำไม่ได้

อายุครรภ์ช่วงไหนที่ไม่ควรทำแท้ง ? รองประธานมูลนิธิเพื่อสุขภาพและสิทธิอนามัยการเจริญพันธุ์ของสตรี(แห่งประเทศไทย) กล่าวว่า ช่วง 12-16 สัปดาห์จะไม่แตะต้องเลย ไม่ต้องไปยุ่ง ทำอะไรก็ยาก เพราะท้องใหญ่ ไม่สามารถเก็บส่วนต่าง ๆ ของทารกที่อยู่ในโพรงมดลูกได้เร็วพอ เพราะเวลาแท้งจะมีการตกเลือด มดลูกใหญ่ ดูดไม่ทัน คนไข้ตกเลือด ยิ่งถ้าไม่ชำนาญคนไข้อาจตกเลือดเสียชีวิต ดังนั้นต้องรอให้อายุครรภ์มากขึ้น ใกล้ ๆ 20 สัปดาห์แล้วค่อยใช้ยายุติการตั้งครรภ์ Cytotec ชนิดเหน็บช่องคลอด แต่ควรจะมีผู้ดูแลอย่างใกล้ชิด

 

Please follow and like us:

ปัญหาการทำแท้งในประเทศไทย

          เมื่อเร็ว ๆ นี้มูลนิธิเพื่อสุขภาพและสิทธิอนามัยการเจริญพันธุ์ของสตรี (แห่งประเทศไทย) ร่วมกับมูลนิธิสร้างความเข้าใจเรื่องสุขภาพผู้หญิง และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)จัด “เวทีนำเสนอข้อเท็จจริงเรื่องปัญหาการทำแท้งในประเทศไทย” โดยผู้ทรงคุณวุฒิหลายท่านได้สะท้อนมุมมองและข้อเท็จจริง อาทิ เครื่องมือการทำแท้งยังโบราณใช้เหล็กขูดอยู่ การเสนอให้ตั้งคลินิกปรับประจำเดือนในโรงพยาบาล รวมไปถึงการขึ้นทะเบียนยาทำแท้งอย่างถูกกฎหมาย แต่ยังมีรายละเอียดอื่น ๆ ที่ขอนำมาสรุปให้ผู้อ่านได้รับทราบกัน

          ศ.เกียรติคุณ นพ.กำแหง จาตุรจินดา ประธานมูลนิธิเพื่อสุขภาพและสิทธิอนามัยการเจริญพันธุ์ของสตรี (แห่งประเทศ) กล่าวว่า กรณีพบซากของทารกที่ถูกทำแท้งจำนวน 2002 ซาก รวมทั้งข่าววัยรุ่นและผู้หญิงท้องไม่พร้อมไปลักลอบทำแท้งปรากฎให้เราเห็นอยู่เนือง ๆ สะท้อนว่า ผู้หญิงเหล่านั้นไม่สามารถเข้าถึงบริการยุติการตั้งครรภ์ที่ปลอดภัย ตอกย้ำว่าปัญหาการแท้งไม่ปลอดภัยถูกละเลยมานานยังไม่ได้รับการแก้ไขอย่างเป็นระบบเพราะไม่มีเจ้าภาพรับผิดชอบ

          ผู้หญิงที่ทำแท้งบ้างก็โชคดีที่ปลอดภัย แต่ 40% ต้องประสบปัญหาภาวะแทรกซ้อนรุนแรง ต้องเสียค่ารักษาเฉลี่ยถึง 21,000 บาทต่อราย และมีความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตสูงถึง 300 ต่อ 100,000 ความสูญเสียทางเศรษฐกิจจากการแท้งที่ไม่ปลอดภัยในแต่ละปีสูงถึง 3,300 ล้านบาท ในขณะที่ต้นทุนการทำแท้งที่ไม่ปลอดภัยเป็นเงินเพียง 500-1,000 บาทต่อราย

          “ผู้หญิงที่ตายจากการแท้งไม่ปลอดภัย ไม่ได้ตายจากโรคที่เรารักษาไม่ได้ แต่เธอเหล่านั้นตายเพราะสังคมไม่เห็นว่าชีวิตของเธอมีคุณค่าพอที่จะได้รับโอกาสและได้รับการดูแลรักษาที่ดี”

          ในขณะที่คนไทยทุกคนมีสิทธิได้รับการบริการด้านสุขภาพถ้วนหน้าโดยรัฐบาลให้สิทธิรักษาทุกโรค แต่ท้องไม่พร้อมยังไม่ได้รับการเหลียวแล ผู้หญิงไทยจำนวนมากยังคงต้องเสี่ยงตายและเจ็บจากการแท้งที่ไม่ปลอดภัย เพราะเธอเหล่านั้นเข้าไม่ถึงบริการที่ปลอดภัย สังคมไม่ยอมรับรู้ปัญหา ไม่เข้าใจ และไม่ให้โอกาสผู้หญิงที่ผิดพลาด มองว่าการทำแท้งเป็นสิ่งที่น่ารังเกียจ ผู้หญิงที่ทำแท้งและหมอที่ทำแท้งเป็นคนไม่ดี ปัญหาการทำแท้งที่ไม่ปลอดภัยจึงยังคงเป็นปัญหาสาธารณสุขลำดับต้น ๆ ผู้หญิงที่ท้องไม่พร้อมยังคงถูกทอดทิ้งให้แก้ไขปัญหาเองลำพังและถูกสังคมประณาม ประจาน ดูหมิ่นเหยียดหยามแต่เพียงฝ่ายเดียว

          กฎหมายไม่ได้หยุดยั้งการทำแท้ง แต่กฎหมายกลับทำให้มีการแท้งไม่ปลอดภัยเพิ่มมากขึ้น ไม่มีผู้หญิงคนไหนอยากจะท้องเพื่อที่จะทำแท้ง แต่ความจำเป็นบังคับให้ผู้หญิงส่วนใหญ่เลือกที่จะทำแท้ง ในขณะที่ทางเลือกเดียวที่สังคมมักหยิบยื่นให้ผู้หญิงเหล่านั้นคือบังคับให้เลือก “ท้องต่อ” โดยไม่คำนึงถึงเหตุผลและความจำเป็นของผู้หญิงที่มีปัญหา แท้ที่จริงแล้วกฎหมายอนุญาตให้ผู้หญิงท้องไม่พร้อม มีปัญหาสุขภาพกายหรือสุขภาพจิต ถูกข่มขืน ถูกกระทำทางเพศ ทารกในครรภ์เสี่ยงต่อความพิการหรือมีโรคร้ายแรง สามารถยุติตั้งครรภ์ได้โดยแพทย์ สามารถทำได้ทั้งในโรงพยาบาลรัฐ เอกชน และคลินิก แต่ผู้หญิงส่วนใหญ่เข้าไม่ถึงบริการที่ปลอดภัย

          การยุติการตั้งครรภ์ในปัจจุบันทำได้ง่าย รวดเร็วและปลอดภัย การยุติการตั้งครรภ์จะปลอดภัยมากที่สุดต้องทำเมื่ออายุครรภ์น้อยที่สุด องค์การอนามัยโลกและสมาพันธ์สูตินรีแพทย์นานาชาติแนะนำว่า วิธีการยุติการตั้งครรภ์ที่ดีที่สุดและปลอดภัยมากที่สุด คือ การใช้ยา 2 ชนิด(ยากินทำแท้ง Ru-486และยาสอดทำแท้ง cytotec) ควรใช้ในอายุครรภ์ไม่เกิน 9 สัปดาห์จะมีประสิทธิภาพเกือบ 100% และเป็นประเทศที่พัฒนาแล้วใช้มานานกว่า 20 ปี ในกรณีที่ไม่มียาดังกล่าวใช้ องค์การอนามัยโลกแนะนำให้ใช้เครื่องดูดมดลูกมือถือแบบสุญญากาศแทนการขูดมดลูกที่แพทย์สมัยก่อนใช้กันเพื่อลดความเสี่ยงต่อการเกิดมดลูกทะลุและลดความเจ็บปวดจากการขูดมดลูกแต่ปัจจุบันมีโรงพยาบาลประมาณ 200-300 แห่งเท่านั้นที่ใช้เครื่องดูดมดลูก

          ในโอกาสที่รัฐบาลไทยมีผู้นำเป็นสตรีและรัฐบาลนี้ให้ความสำคัญต่อสิทธิและบทบาทของสตรี จึงขอเรียกร้องให้รัฐบาลและสังคมไทยช่วยกันดูแลและให้โอกาสแก่สตรีที่ท้องไม่พร้อม และหากเธอเหล่านั้นเลือกที่จะยุติการตั้งครรภ์ก็ควรมีสิทธิจะได้รับบริการที่ดี ปลอดภัย ทันสมัย มีมาตรฐานและมีศักดิ์ศรีเท่าเทียมกับการเข้าถึงบริการสุขภาพอื่น ๆ ด้วย

          ด้าน ศ.นพ.รณชัย คงสกนธ์ ภาควิชาจิตเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ รพ.รามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า ความรู้สึกผิดมีมาตั้งแต่ต้นในจิตใจของผู้หญิงที่ตัดสินใจยุติการตั้งครรภ์ เราพบปัญหาความผิดปกติตามมาได้หลายกรณีจากการยุติการตั้งครรภ์ ทั้งทางด้านพฤติกรรมหรืออารมณ์ เช่น เกิดภาวะซึมเศร้าจากความรู้สึกสูญเสีย พบอัตราความซึมเศร้า 30-67% แปรเปลี่ยนตามความผูกพันที่มีต่อลูกในครรภ์ ยิ่งมีอายุครรภ์มากยิ่งพบความผิดปกติได้ การทำแท้งแต่ละครั้งถือเป็นความเจ็บปวดของผู้หญิง ไม่เห็นว่าภายหลังการทำแท้งผู้หญิงจะมีความรู้สึกดีใจ หรือนำไปสู่การสำส่อนทางเพศดังที่คนทั่วไปเข้าใจ แต่พบว่า 50% มีปัญหาซึมเศร้าภายหลังจากทำแท้ง และมีถึง 10% ที่ต้องมาพบจิตแพทย์ด้วยอาการผิดปกติทางจิต

          แนวทางการแก้ไข คือ สังคมควรออกมาโอบอุ้มผู้หญิงเคราะห์ร้ายเหล่านี้มากกว่าซ้ำเติมมุมมองของนักกฎหมายที่มีอยู่ควรได้รับการแก้ไข เพื่อเอื้อต่อการแก้ไขปัญหามากกว่าส่งเสริมปัญหาการทำแท้งเถื่อน นอกจากนี้รัฐบาลควรมุ่งส่งเสริมให้ความรู้ความเข้าใจ เรื่องเพศศึกษา การคุมกำเนิดอย่างถูกวิธี เปิดการบริการในส่วนเหล่านี้ให้มากขึ้น ให้เข้าถึงได้ง่าย มากกว่าตั้งรับในโรงพยาบาล

Please follow and like us:

การแท้งไม่สมบูรณ์จะรู้ได้อย่างไร ?

          การแท้งไม่สมบูรณ์หมายถึงการแท้งที่สำเร็จเพียงบางส่วน การตั้งครรภ์ได้สิ้นสุดลงแล้ว ตัวอ่อนหยุดพัฒนา แต่ร่างกายขับเนื้อเยื่อและส่วนประกอบต่างๆของครรภ์ออกมาเพียงบางส่วน ยังคงมีเศษลิ่มเลือดหรือเศษรกค้างอยู่ในโพรงมดลูก ทำให้มีเลือดออกทางช่องคลอดเป็นเวลานาน เลือดออกมาก ปวดท้องน้อย มีไข้ ถ้ามีอาการปวดท้องน้องมาก ไข้สูง เลือดออกหลังการแท้งแล้ว 3 สัปดาห์ กดเจ็บที่ท้องน้อย เป็นอาการของการแท้งไม่สมบูรณ์ จำเป็นต้องพบแพทย์เพื่อทำแท้งให้สมบูรณ์ เพราะเศษลิ่มเลือดเศษรกที่เหลือค้างอยู่ภายในมดลูกอาจทำให้เกิดการตกเลือดหรือติดเชื้อได้ การรักษาการแท้งไม่สมบูรณ์อาจใช้วิธีดูดหรือการขูดมดลูกหรือใช้ยา cytotec เพื่อให้มดลูกบีบตัวขับเศษลิ่มเลือดเศษรกให้หลุดออกมาก็ได้ ผู้หญิงที่ใช้ยาทำแท้งแล้วเกิดการแท้งไม่สมบูรณ์ไม่จำเป็นต้องบอกเจ้าหน้าที่แพทย์พยาบาลว่าพยายามทำแท้งด้วยตนเอง เพียงแต่บอกว่าเป็นการแท้งธรรมชาติ เนื่องจากไม่มีวิธีตรวจใดๆที่สามารถพิสูจน์ได้ว่าเป็นการใช้ยาทำแท้ง สถานพยาบาลทุกแห่งที่สามารถรักษาภาวะแทรกซ้อนของการแท้งตามธรรมชาติได้ก็สามารถรักษาการแท้งไม่สมบูรณ์ได้เช่นกัน เพราะอาการเหมือนกันทุกประการ

 

Please follow and like us:

การใช้ยายุติการตั้งครรภ์ (Medical Abortion Pill)

 

การตั้งครรภ์ที่ไม่วางแผนคืออะไร?

          การตั้งครรภ์ที่ไม่วางแผน (Unplanned pregnancy) หมายถึง การตั้งครรภ์ที่ขาดการวางแผน หรือไม่ได้เตรียมไว้ล่วงหน้า เกิดจากการมีเพศสัมพันธ์โดยไม่มีการคุมกำเนิด หรืออาจใช้วิธีคุมกำ เนิดแต่ไม่ถูกต้อง หรือมีความล้มเหลวของวิธีการคุมกำเนิดที่ใช้

การตั้งครรภ์ที่ไม่ปรารถนาหรือการตั้งครรภ์ที่ไม่พึงประสงค์คืออะไร?

          การตั้งครรภ์ที่ไม่ปรารถนาหรือการตั้งครรภ์ที่ไม่พึงประสงค์ (Unwanted pregnancy) หมายถึง การตั้งครรภ์ที่ไม่เป็นที่ต้องการ หรือเมื่อไม่พร้อม เป็นการตั้งครรภ์ที่ตนเองไม่ยอมรับ

การแท้งหมายถึงอะไร?

          การแท้ง (Abortion) หมายถึง การสิ้นสุดการตั้งครรภ์ก่อนถึงระยะที่ทารกจะสามารถเลี้ยงรอดได้ โดยขึ้นอยู่กับความสามารถของกุมารแพทย์ในการดูแลการคลอดก่อนกำหนดให้มีชีวิตรอด ประเทศไทยอยู่ในกลุ่มประเทศกำลังพัฒนา ตามนิยามขององค์การอนามัยโลก ถือเอาการสิ้นสุดการตั้งครรภ์ก่อน 28 สัปดาห์ หรือน้ำหนักทารกต่ำกว่า 1,000 กรัม

ประเทศไทยมีกฎหมายควบคุมการทำแท้งหรือไม่?

การทำแท้งในประเทศไทยถือว่าผิดกฎหมาย ตามมาตรา 301-305 แห่งประมวลกฎ หมายอาญา พ.ศ. 2548 ยกเว้นตามมาตรา 305 โดยเป็นการกระทำของแพทย์และ

  1. เป็นกรณีที่จำเป็นต้องกระทำเนื่องจากปัญหาสุขภาพทางกายของหญิงมีครรภ์หรือ
  2. หญิงมีครรภ์ เนื่องจากการกระทำตามความผิดอาญา (การข่มขืนกระทำชำเรา)

การยุติการตั้งครรภ์แบ่งเป็นกี่วิธี? อะไรบ้าง?

การยุติการตั้งครรภ์ (Termination of pregnancy) แบ่งเป็น 2 วิธีใหญ่ๆ คือ

  1. การยุติการตั้งครรภ์โดยวิธีใช้ยา (Medical abortion) คือการใช้สารที่ออกฤทธิ์ทางเภสัชกรรมเพื่อทำให้เกิดการแท้ง
  2. การยุติการตั้งครรภ์โดยวิธีทางศัลยกรรม (Surgical abortion) คือการใช้เครื่องมือทางการแพทย์สอดผ่านปากมดลูกหรือการผ่าตัดผ่านหน้าท้องเข้าไปในโพรงมดลูกเพื่อทำให้เกิดการแท้ง แบ่งเป็น
  • การขยายปากมดลูกและการขูดมดลูก (Dilatation and curettage)
  • การขยายปากมดลูกและการดูดด้วยเครื่องสุญญากาศ (Dilatation and suction หรือ Vacuum aspiration)
  • การขยายปากมดลูกและคีบเนื้อเยื่อออก (Dilatation and evacuation)
  • การยุติการตั้งครรภ์โดยการผ่าตัดเข้าไปในโพรงมดลูก (Hysterotomy) หรือการตัดมดลูก (Hysterectomy)

ยาเม็ดที่ใช้ยุติการตั้งครรภ์มีกี่ชนิด? อะไรบ้าง?

ยาเม็ดที่ใช้ยุติการตั้งครรภ์มี 2 ชนิด คือ

  1. การใช้สารต่อต้านฮอร์โมนโปรเจสเตโรน/Progesterone (มิฟีพริสโตน/Mifepristone,Ru-486) ซึ่งเป็นยาที่ออกฤทธิ์โดยการจับกับตัวรับ (Receptor) ของฮอร์โมนโปรเจสเตโรน จึงทำให้ตัวอ่อนไม่สามารถฝังตัวในเยื่อบุโพรงมดลูกได้ ยาได้ผลดีในการยุติการตั้งครรภ์ที่อายุครรภ์ไม่เกิน 63 วัน หรือ 9 สัปดาห์ (นับจากวันแรกของประจำเดือนครั้งสุดท้าย) และสามารถนำมาใช้สำหรับการคุมกำเนิดแบบฉุกเฉินภายหลังการมีเพศสัมพันธ์ได้ขณะนี้องค์การอาหารและยาของประเทศไทย (อย.) อยู่ในระหว่างพิจารณานำยาเข้ามาใช้ในประเทศไทย
  2. การใช้ยาในกลุ่มพรอสตาแกลนดิน/Prostaglandin (Misoprostol หรือ Cytotec®) เป็นยาที่เดิมใช้รักษาโรคกระเพาะอาหาร โดยมีผลข้างเคียงทำให้ปากมดลูกบางและมดลูกบีบตัว ปัจจุบันองค์การอาหารและยาของประเทศไทย ประกาศเป็นยาควบคุมพิเศษ สามารถใช้ได้โดยแพทย์ในโรงพยาบาลเท่านั้น

สูตรยาที่ใช้ในการยุติการตั้งครรภ์ที่ไม่พร้อมมีอะไรบ้าง?

          เนื่องด้วยการใช้ยาในกลุ่มพรอสตาแกลนดินชนิดเดียวเพื่อยุติการตั้งครรภ์ในอายุครรภ์ไม่เกิน 12 สัปดาห์ มีประสิทธิภาพไม่ดีนัก มักใช้เวลานาน มีอาการข้างเคียงต่างๆมาก เช่น คลื่นไส้ อาเจียน จึงมีการคิดค้นการใช้ยาในกลุ่มพรอสตาแกลนดินร่วมกับยาต่อต้านฮอร์โมนโปรเจสเตโรน ซึ่งให้ประสิทธิภาพในการยุติการตั้งครรภ์ถึง 92-98% ในอายุครรภ์ไม่เกิน 63 วันหรือ 9 สัปดาห์

          ปี ค.ศ.2000 (พ.ศ.2543) องค์การอาหารและยาของสหรัฐอเมริกา (FDA,Food and Drug Administration) ให้การรับรองการใช้สูตรยา โดยให้กิน Mifepristone 600 มิลลิกรัม (มก.) จากนั้นอีก 36-48 ชม. ให้ตามด้วยการกิน Misoprostol 400 ไมโครกรัม เพื่อยุติการตั้ง ครรภ์ในอายุครรภ์ไม่เกิน 49 วันหรือ 7 สัปดาห์

           ปี ค.ศ.2003 (พ.ศ.2546) องค์การอนามัยโลกแนะนำให้ใช้สูตร โดยกิน Mifepristone 200 มก. จากนั้นอีก 36-48 ชม. ให้ตามด้วยการกิน Misoprostol 400 ไมโครกรัม หรือ ตามด้วยการใช้ Misoprostol 800 ไมโครกรัม เหน็บทางช่องคลอด

ข้อห้ามในการใช้ยายุติการตั้งครรภ์มีอะไรบ้าง?

ข้อห้ามการใช้ยายุติการตั้งครรภ์มีดังนี้

  1. มีประวัติแพ้ยาMifepristone หรือ Misoprostol
  2. เป็นโรคเลือด เลือดจาง (ภาวะซีด)
  3. กำลังรับประทานยาต้านการแข็งตัวของเลือด หรือยาต้านการทำงานของเกล็ดเลือด
  4. การตั้งครรภ์นอกมดลูก
  5. การตั้งครรภ์โดยมีห่วงอนามัยอยู่ภายในโพรงมดลูก
  6. กำลังเป็นโรคไต หรือโรคตับ
  7. มีความผิดปกติทางจิตเวช

 

ขั้นตอนในการยุติการตั้งครรภ์มีอะไรบ้าง?

          เมื่อเกิดการตั้งครรภ์ไม่พร้อม ควรปรึกษาคู่สมรส บิดา มารดา เพื่อวางแผนต่อไปในอนาคต หากหาทางออกไม่ได้ ควรปรึกษาแพทย์ พยาบาล เช่น คลินิกวางแผนครอบครัว คลินิกวัยรุ่น เพื่อร่วมกันหาทางออกของการตั้งครรภ์ไม่พร้อม เช่น การจัดหาผู้อุปการะเลี้ยงดูบุตรให้ในอนาคต หรือการจัดหาที่พักอาศัยชั่วคราวในกรณีที่ไม่สามารถอยู่ในสิ่งแวดล้อมเดิมได้ ในกรณีที่ต้องการตั้งครรภ์ต่อ

          ส่วนกรณีที่มีผลกระทบต่อจิตใจสตรีตั้งครรภ์อย่างรุนแรง และเลือกยุติการตั้งครรภ์ ต้องมีการซักประวัติ ตรวจร่างกาย เพื่อหาข้อห้ามในการใช้ยายุติการตั้งครรภ์ ต้องมีการตรวจอัลตราซาวด์เพื่อยืนยันอายุครรภ์ไม่เกิน 63 วันหรือ 9 สัปดาห์ และยืนยันว่าเป็นการตั้งครรภ์ในมดลูก จากนั้นต้องได้รับคำอธิบายเกี่ยวกับการใช้ยา ผลข้างเคียงของยาที่อาจเกิดขึ้น เมื่อสตรีตั้งครรภ์สามารถยอมรับผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้น จึงได้รับยายุติการตั้งครรภ์ 2 ชนิด โดยนิยมใช้สูตรยาขององค์การอนามัยโลก

          หลังกินยายุติการตั้งครรภ์ ต้องมาพบแพทย์ตรงตามนัดเสมอ เพื่อตรวจยืนยันว่าเป็นการแท้งครบ/การแท้งครบสมบูรณ์ (Complete abortion) หากเป็นการแท้งไม่ครบ (Incomplete abortion) คือ มีชิ้นส่วนของทารก หรือของรกค้างในโพรงมดลูก จำเป็นต้องได้รับยาปฏิชีวนะร่วมกับการขูดมดลูก

ผลข้างเคียงจากการใช้ยายุติการตั้งครรภ์มีอะไรบ้าง?

ผลข้างเคียงที่พบบ่อยที่อาจเกิดขึ้นจากการใช้ยายุติการตั้งครรภ์ คือ

  1. มีเลือดออกทางช่องคลอดมาก
  2. มีไข้
  3. คลื่นไส้ อาเจียน ถ่ายเหลว/พบ 30% ของผู้ใช้ยา
  4. ปวดท้อง ปวดแบบปวดบีบ

 

ดูแลตนเองอย่างไร เมื่อกินยายุติการตั้งครรภ์?

          หลังกินยายุติการตั้งครรภ์ อาจมีอาการปวดบีบท้อง มีเลือดหรือก้อนเลือดออกจากช่องคลอด ให้งดทำงานหนัก พักผ่อนมากๆ งดมีเพศสัมพันธ์ สังเกตอาการเลือดออกทางช่องคลอด ถ้ามีชิ้นเนื้อคล้ายพุงปลาสันนิษฐานว่าเกิดการแท้ง โดยถ้าเป็นการแท้งครบ เลือดจะออกกะปริด กะปรอย และค่อยๆลดปริมาณลงจนหายไป/ไม่มีเลือดออกอีกในระยะเวลาประมาณ 1-2 สัปดาห์ โดยอาจมีอาการปวดหน่วงท้องเล็กน้อย

          แต่ถ้าหลังมีชิ้นเนื้อออกมา ยังมีเลือดออกทางช่องคลอดปริมาณมาก มีกลิ่นเหม็น และ/หรือปวดท้องมาก ควรรีบพบแพทย์ภายใน 1-2 วัน หรือ ฉุกเฉิน ขึ้นกับความรุนแรงของอาการ เพราะอาจเกิดจากการแท้งไม่ครบ และ/หรือการติดเชื้อ

ดูแลตนเองอย่างไรและควรดูแลไปนานเท่าไรหลังแท้งแล้ว?

          หลังแท้งควรงดทำงานหนัก งดยกของหนัก สังเกตปริมาณเลือดที่ออกจากช่องคลอด ปริมาณของเลือดที่ออกควรลดลง ปวดท้องได้เล็กน้อย งดสวนล้างช่องคลอด งดลงแช่น้ำเพราะอาจทำให้เกิดการติดเชื้อได้

          ควรปรึกษากับคู่นอนเรื่องการคุมกำเนิดเพื่อลดการตั้งครรภ์ที่ไม่พึงประสงค์ หากมีข้อสง สัยควรปรึกษาบุคลากรทางการแพทย์ เพื่อหาวิธีคุมกำเนิดที่เหมาะสมกับเราและกับคู่ของเรา

จะกลับมามีเพศสัมพันธ์ได้อีกเมื่อไร?

          ควรงดมีเพศสัมพันธ์ และงดสวนล้างช่องคลอดอย่างน้อย 2 สัปดาห์หลังแท้ง หากหลังแท้ง 2 สัปดาห์ยังมีเลือดออกทางช่องคลอด ควรรีบพบแพทย์เพื่อหาสาเหตุ ควรเว้นช่วงการตั้งครรภ์อย่างน้อย 2-3 เดือน และควรคุมกำเนิดก่อนมีเพศสัมพันธ์ เพื่อลดการตั้งครรภ์ที่ไม่พึงประสงค์ และ ปรึกษาแพทย์/บุคลากรทางการแพทย์ในเรื่องคุมกำเนิดเพื่อให้เหมาะสมกับตนเองและกับคู่นอน (บทบาทของการวางแผนครอบครัว)

หลังแท้งยังมีโอกาสตั้งครรภ์ได้เหมือนคนปกติไหม?

          หลังแท้ง หากเป็นการแท้งครบ ไม่ได้รับการขูดมดลูก โอกาสการตั้งครรภ์ และโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนจากการตั้งครรภ์เหมือนการตั้งครรภ์ปกติ แต่ถ้าได้รับการขูดมดลูก จะมีโอ กาสเกิดภาวะแทรกซ้อนระหว่างตั้งครรภ์ครั้งต่อไปเพิ่มขึ้นเช่น รกเกาะต่ำ และ/หรือ รกติดแน่น

Please follow and like us:

การแท้ง

 

การแท้ง (Abortion) คือการยุติการตั้งครรภ์ที่ระยะใดก็ตามที่ไม่ทำให้เกิดการรอด มักจะหมายถึงการยุติการตั้งครรภ์ดยการขับหรือนำทารกในครรภ์ออกจากมดลูกก่อนที่ทารกในครรภ์จะสามารถอยู่รอดได้ การแท้งอาจเกิดขึ้นเองหรือเกิดจากการทำแท้งด้วยยาหรือศัลยกรรมก็ได้

ประเภทของการแท้ง

1.การแท้งเอง

          คือการแท้งที่เกิดขึ้นโดยไม่เจตนา โดยมดลูกขับทารกในครรภ์ออก่อนอายุครรภ์ครบ20สัปดาห์พบประมาณร้อยละ 15-30 ของการตั้งครรภ์ทั้งหมด  สาเหตุการแท้งเองส่วนใหญ่ คือ ความผิดปกติของโครโมโซมของทารกในครรภ์และโรคประจำตัวของมารดา

2.การทำแท้ง

          ในแต่ละปีมนุษย์ทั่วโลกมีการตั้งครรภ์ 205 ล้านครั้ง  มากกว่า 30% ตั้งครรภ์โดยไม่ได้ตั้งใจและประมาณ 20% ตัดสินใจทำแท้ง  การทำแท้งเพื่อการรักษาหมายถึงการทำแท้งที่มีข้อบ่งชี้ทางการแพทย์ เพื่อรักษาชีวิตและสุขภาพของมารดาหรือทารกในครรภ์พิการอย่างรุนแรง  ส่วนการทำแท้งตามความสมัครใจหมายถึงการทำแท้งที่ไม่มีข้อบ่งชี้ทางการแพทย์และเป็นไปตามความประสงค์ของสตรี

วิธีการทำแท้ง

           การทำแท้งด้วยยา

           คือการใช้ “ยาทำแท้ง” การทำแท้งด้วยยาคิดเป็น 13% ของการทำแท้งทั้งหมดในสหรัฐอเมริกาในปี 2548 โดยเพิ่มเป็น 17% ในปี 2553 และมีแนวโน้มที่จะมีการใช้ยาในการทำแท้งเพิ่มมากขึ้นทดแทนการทำแท้งด้วยศัลยกรรมเนื่องจากความสะดวกและความปลอดภัย  สูตรยาผสมที่ใช้ในการทำแท้งประกอบด้วย Mifepristone (Ru-486) ตามด้วย Misoprostol (cytotec) ยาสูตรผสมนี้สามารถใช้ทำแท้งได้ผล 92% สำหรับการตั้งครรภ์ไม่เกิน 9 สัปดาห์โดยไม่ต้องใช้ศัลยกรรม

            การทำแท้งด้วยศัลยกรรม

            คือการใช้เครื่องมือทำแท้ง  ปัจจุบันได้รับความนิยมลดน้อยลงเรื่อยๆแต่ยังคงเป็นทางเลือกในกรณีการทำแท้งด้วยยาล้มเหลว

Please follow and like us:

การทำแท้งที่ไม่ปลอดภัย

 

สาเหตุของการตั้งครรภ์ไม่พร้อม

1. ร่วมเพศโดยไม่ได้คุมกำเนิด ทั้งๆ ที่ทราบว่าการคุมกำเนิดสามารถป้องกันการตั้งท้องได้ แต่ไม่ได้ใช้ หรือบางครั้งได้ข่าวลือที่ผิดๆ เกี่ยวกับการคุมกำเนิด จึงไม่ได้คุมกำเนิด

2. ความล้มเหลวจากการคุมกำเนิด เช่น ลืมทานยา เลยกำหนดไปฉีดยา ฉีดยาแล้วเลือดออกกะปริดกะปรอย จึงไม่ได้ไปฉีดต่อ ถุงยางอนามัยรั่ว เป็นต้น รวมทั้งรายที่คุมกำเนิดอย่างถูกต้อง แต่ก็ยังไม่สามารถป้องกันได้ 100% เช่น ใส่ห่วงอนามัยแล้วก็ยังมีโอกาสล้มเหลวได้บ้าง แม้แต่รายที่แพทย์ ทำหมันให้แล้ว ก็ยังมีโอกาสเกิดความล้มเหลวได้ถึงร้อยละ 0.2 หรือ 1 รายในการทำหมัน 500 ราย

3. ร่วมเพศโดยไม่สมัครใจ เช่น ถูกข่มขืนกระทำชำเรา ถูกล่อลวงไปขายบริการทางเพศ เป็นต้น

          เมื่อตั้งท้องโดยไม่ได้วางแผนไว้ ก็จะเกิดการไม่อยากได้ หรือไม่พร้อม ซึ่งเนื่องมาจากปัญหาทางด้านเศรษฐกิจ สังคม หรือยังเป็นวัยรุ่นยังอยู่ในวัยเรียน ยังไม่ได้แต่งงาน พบว่าวัยรุ่นมีการตั้งท้องไม่พร้อมจำนวนมาก ซึ่งมักจะหาทางออกโดยการไปทำแท้ง และมักจะไปทำแท้งโดยผู้ที่ไม่ใช่แพทย์ ไม่มีความรู้ ทำโดยไม่สะอาด ซึ่งเรียกรวมกันว่า “ทำแท้งไม่ปลอดภัย” 

อันตรายจากการทำแท้งไม่ปลอดภัย
รายที่ไปลักลอบทำแท้งส่วนหนึ่งจะไม่เกิดผลแทรกซ้อน ก็นับว่าโชคดีไป แต่ส่วนใหญ่ผู้ที่ไปลักลอบทำแท้ง มักจะเกิดผลแทรกซ้อนตามมาหลายอย่าง ได้แก่การตกเลือด เสียเลือดมาก อักเสบติดเชื้อ มดลูกเน่า บางรายใช้เครื่องมือทำให้มดลูกทะลุ หลายรายต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล มีการติดเชื้อรุนแรงจนแพทย์ไม่สามารถช่วยได้ ต้องลงท้ายด้วยการถูกตัดมดลูกเพื่อช่วยชีวิต แต่บางรายแพทย์ช่วยไม่ทันก็เสียชีวิต ในแต่ละปีจะมีผู้เสียชีวิตจากการทำแท้งไม่ปลอดภัยหลายสิบราย และยังมีที่ไม่เปิดเผยอีกเป็นจำนวนมาก (อัตราตาย 300-500 รายต่อการทำแท้ง 100,000 ครั้ง) 

          บางรายแม้จะผ่านเหตุการณ์ตอนต้นไปได้ แต่ก็จะมีการอักเสบเรื้อรังตามมา เช่น ปวดท้องน้อยเรื้อรัง ตกขาวบ่อยๆ เมื่อพร้อมที่จะมีลูกก็มีไม่ได้ เพราะเป็นหมัน จากท่อนำไข่อักเสบติดเชื้อและอุดตัน บางรายตั้งท้องได้ ก็ยังไม่วายจะเกิดปัญหาที่รกฝังตัวลึกในเนื้อมดลูก ทำให้มดลูกแตก ขณะที่ยังตั้งท้องไม่ครบกำหนด หรือเพิ่งจะเริ่มเจ็บครรภ์ มดลูกก็แตกเสียก่อน เป็นอันตรายถึงแก่ชีวิต โดยที่แพทย์ไม่สามารถช่วยได้ทัน เพราะเหตุการณ์เช่นนี้จะเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วมาก

การป้องกันการทำแท้งไม่ปลอดภัย
ทางที่ดีที่สุดก็คือ การป้องกันการตั้งท้อง เมื่อตนเองยังไม่พร้อมที่จะมีลูก การหลีกเลี่ยงการร่วมเพศในวัยรุ่นที่ยังไม่แต่งงาน เป็นสิ่งที่ควรกระทำ ในกรณีที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ก็ต้องคุมกำเนิด เช่น การใช้ถุงยางอนามัย ซึ่งนอกจากจะช่วยป้องกันการตั้งครรภ์แล้ว ยังช่วยป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ อาจจะติดโรคร้าย เช่น โรคเอดส์ เป็นต้น หรือผู้หญิงอาจจะใช้ยาเม็ดคุมกำเนิด กรณีนี้ไม่ได้ป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ แต่ก็ช่วยป้องกันการตั้งท้องได้ดี

          ถ้าร่วมเพศโดยไม่ได้ป้องกัน ก็ยังมีเวลาในช่วง 3 วันหลังร่วมเพศ ถ้าใช้ยาคุมฉุกเฉินอย่างถูกต้อง ก็จะป้องกันการตั้งท้องได้มาก

          เมื่อตั้งท้องไปแล้ว ก็ต้องหาทางออกที่ดีที่สุด ต้องรีบไปปรึกษาแพทย์ โดยทั่วๆไปการทำแท้งนั้นผิดกฎหมาย แต่บางกรณีแพทย์ก็สามารถทำแท้งหรือที่เรียกว่ายุติการตั้งครรภ์ให้ได้ โดยถูกต้องตามข้อบังคับของแพทยสภา เช่น แม่มีโรคทางร่างกาย มีความผิดปกติทางด้านจิตใจ หรือทารกมีความพิการซึ่งแพทย์ตรวจได้ หรือในกรณีที่ถูกข่มขืนกระทำชำเรา ถูกล่อลวงทางเพศไปขายบริการทางเพศ หรือตั้งครรภ์เมื่ออายุยังไม่ถึง 15 ปี ซึ่งผิดกฎหมายอาญา 

          ในกรณีนี้แพทย์ก็สามารถช่วยเหลือได้ โดยการทำแท้งอย่างปลอดภัย หรือส่งต่อไปรับบริการในสถานที่ๆ ปลอดภัย ซึ่งแทบจะไม่มีอันตราย ถ้าทำในอายุครรภ์ที่เหมาะสม ใช้เทคนิคที่ถูกต้อง (อัตราตายต่ำมาก) แม้รายที่ไม่สามารถทำได้ เนื่องจากผิดกฎหมาย ก็อาจจะให้คำปรึกษาหรือให้การช่วยเหลือโดยรับฝากครรภ์ต่อ ติดต่อบ้านพักฉุกเฉินให้อยู่จนคลอดแล้วค่อยกลับไปเรียนหรือประกอบอาชีพใหม่ได้

Please follow and like us: